วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 13.00 น. ผมเดินทางถึงหน้าปากซอยริมกว๊านมองเห็นดวงตาอันใสซื่อของสุนัขตัวใหญ่สีขาวขนสั้นพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ มันยืนอยู่บริเวณหน้าปากซอยเหมือนคอยใครสักคน แปะ! ผมเรียกมันอย่างสนิทคุ้นเคย มันเดินตามผมเข้ามาในซอยถึงหน้าบ้านสามชั้นสไตล์โมเดิร์นริมกว๊าน ชายชราผิวสีดำเดงรูปร่างท้วมไว้ผมรองทรงยาวสวมเสื้อสีดำกับกางเกงขาก๊วยผ้าม่อฮ่อม ท่วงทีการเดินดูเข้ากับเส้นผมสีดอกเลา แว่นตากรอบสีเหลี่ยมที่ลืมถอดไว้ทำให้ชายชราดูหนุ่มขึ้นจนไม่อยากเชื่อว่า 21 มีนาคม 2491 เป็นวันเกิดของเขา   

ครูวิมล ปิงเมืองเหล็ก บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เมื่อในอดีตบัดนี้วัยวุฒิเบ่งบาน นับเป็นผู้ตกผลึกทางปัญญาที่มีชีวิตเช่นสามัญชน ผมมองดูคอลัมนิสต์ในดวงใจจูงรถจักรยานเสือภูเขาสีดำออกมาจากหน้าบ้าน ตระกล้าจักรยานเต็มไปด้วยห่อใบตองสีเขียวสด มองดูรูปตราสีชมพูติดห่อใบตองคล้ายกับเขียนคำว่า “จิ้นส้มหมูครูวิมล” เพลานี้ครูวิมลมีภารกิจนำส่งสินค้าถึงบ้านแบบ Delivery ในความคิดของผม “จิ้นส้มครูวิมล” เป็น product ที่มีเรื่องราวซ่อนไว้ในห่อใบตองมากมาย แน่นอน stories เป็นหัวใจของการสร้างแบรนด์สินค้ามานับแต่โบราณากาล

ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กอย่างคุ้นเคย เหมือนสุนัขพันธุ์ลาบลาดอร์รีทรีฟเวอร์ตัวสีขาวที่กำลังเอนตัวลงนอนด้วยท่วงทีคุ้นเคย ประสบการณ์ของครูวิมล นับถอยหลังจากการเป็นอาจารย์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตพะเยา ร่วมกับ ศ.ดร.สุจินต์ จินายน และศ.พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี เป็นคุณครูบรรจุโรงเรียนพะเยาพิทยาคม เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “ครูไทย” เป็นผู้ช่วยนักข่าวของสำนักข่าว abc news สหรัฐอเมริกา ตระเวนทำข่าวและทำสารคดีแถบอินโดจีน

ประสบการณ์เหล่านี้ล้วนมาจากพื้นฐานการศึกษาที่ดี วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร (มศว.ประสานมิตร) วิทยาลัยครูเชียงใหม่และการเป็นสามเณรอุปถากพระอุบาลีคุณูปมาจาย์ นับเป็นที่มาของการสืบสานความรู้ด้านประวัติศาสตร์เมืองพะเยา นอกจากนั้น ครูวิมลยังเป็นนักเล่าเรื่อง สามารถเล่าประวัติศาสต์เมืองพะเยาอย่างสนุกสนานเช่นเดียวกับนิทานปรัมปรา ผมเคยเอ่ยถามกับครูวิมลว่า ช่วงชีวิตของครูวิลทำสิ่งใดให้เป็นที่จดจำของคนพะเยามากที่สุด ท่านตอบด้วยความภูมิใจว่าการสืบสานงานจากพระอุบาลีคุณูปมาจาย์เป็นงานอันน่าภูมิใจในชีวิต

“ผมได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์จากพระอุบาลีคุณูปมาจารย์แบบคำต่อคำ สืบทอดงานจากหลวงพ่อแบบเพียวๆ งานของหลวงพ่อเป็นการปริวรรต แปลใบลานแบบคำต่อคำ พอรับความรู้มากขึ้นก็เริ่มตกผลึก”

การนำเสนอประวัติศาสตร์ของครูวิมลมีลักษณะเรื่องราวที่เข้าใจง่าย ความรู้เดิมของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เช่น งานปริวรรตหลักศิลาจารึกจังหวัดพะเยา 113 หลัก เป็นงานปริวรรตหรือแปลแบบคำต่อคำอันเป็นลักษณะการรวบรวมหลักฐานและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองพะเยา แต่เมื่อนำมาเล่ากลับเป็นภาษาโบราณยากต่อการทำความเข้าใจสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เมื่อเรื่องราวถูกเรียบเรียงโดยครูวิมล ภาษาโบราณอันเป็นภาษาที่ไกลคนอ่าน กลายเป็นเรื่องราวอันมีท่วงทำนองทางภาษาที่สนุกสนาน ทำให้ครูวิมลถูกรับเชิญให้เป็นผู้บรรยายเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นใหม่ในหลายกิจกรรม นับเป็นนักประวัติศาสตร์ที่ร้อนแรงที่สุดสำหรับวัยรุ่นในเวลานี้

รูปธรรมการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของครูวิมูลคือหนังสือเล่มเล็กสีเหลืองแถบขาว ชื่อว่า “เรื่องม่วนๆ จากจารึกเมืองพะเยา” เป็นเรื่องราวจากศิลาจารึกประวัติศาสตร์จำนวน 113 หลักอันค้นพบที่จังหวัดพะเยา นับเป็นเรื่องลำบากยากเข็ญหากเราต้องแบกศิลาจารึกมานั่งลูบคลำหาตัวอักษรเพื่อทำความเข้าใจ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์นับเป็นผู้มีคุณูปการสำหรับคนรุ่นหลัง ที่ปริวรรตหลักศิลาจารึกและรวบรวมข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบ

พยานหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อันเป็นพยานวัตถุ พยานเอกสาร ถูกรวบรวมเป็นเรื่องราวและถูกบอกเล่าโดยนักประวัติศาสตร์อย่างครูวิมล คุณลักษณะของประวัติศาสตร์อันน่าเบื่อหน่ายกับข้อมูลอันสับสนถูกทำลายเหลือเพียงเรื่องราวประวัติศาสตร์อันเรียบง่ายชัดเจน

“ครูนอนกอดจารึกเป็นเวลานานกว่าสามสิบปี ดูจารึกเข้าใจว่าเป็นเรื่องเมืองพยาว เป็นจารึกบอกเรื่องต่างๆ บอกอาณาเขตวัด บอกข้าวัดในสมัยนั้น โดยไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วมันจะเป็นจิ๊กซอว์เรียงร้อยต่อกันจำนวน 113 หลัก เมื่อเอาเรื่องมาปะติดปะต่อ เราถึงได้องค์ความรู้ใหม่และเป็นหลักฐานชั้นดีของประวัติศาสตร์เมืองพะเยา”

ครูวิมลหลับตาแล้วเล่าว่า…. เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเจ้าสามฝั่งแกนกับมารดา พระนางติโลกเทวี เดินทางมาเยือนเมืองพะเยาเมื่อปี 1954 และปรารภกับแม่ว่า อยากให้เมืองพะเยามอบเป็นรางวัลในการแสดงความจงรักภักดีต่ออาวเลี้ยงชื่อพระเจ้าสี่หมื่นเมืององค์แรก เมื่อมาถึงพระเจ้าสี่หมื่นเมืองก็สร้างวัดตรงบริเวณเวียงน้ำเต้า คือวัดลีและโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จำนวน 42 วัด เป็นลัทธิหรือกลุ่มพระสงฆ์วัดสวนดอกหรือลังกาเก่า ต่อมาพอสิ้นยุคสามฝั่งแกน ลูกชาย ติโลกราชขึ้นคลองราชก็เปิดสงครามกับพระเจ้าไตรโลกนาถเพื่อชิงสวรรคโลกหรือเมืองเชียงชื่น ทำให้พระเจ้ายุทธิษฐิระซึ่งลังเลอยู่ว่า จะเข้าอยู่กับพระเจ้าติโลกราชหรือพระเจ้าไตรโลกนาถ

ผลสุดท้ายตัดสินใจมาอยู่กับพระเจ้าติโลกราชซึ่งยกให้เป็นบุตรบุญธรรมและให้ปกครองเมืองพะเยาในฐานะเจ้าสี่หมื่นองค์ที่สอง พร้อมกับได้นำกลุ่มลัทธิพุทธศาสนาวัดป่าแดงมหาวิหารหรือลังกาใหม่ซึ่งไม่ถูกกับลังกาเก่า มีการแบ่งเขตแดนการสร้างวัด ไม่สร้างวัดบริเวณที่พระเจ้าสี่หมื่นองค์แรกเตรียมไว้ซึ่งอยู่บริเวณสนามโรงเรียนพะเยาพิทยาคมหรือวัดลี แต่มาสร้างวัดบริเวณรอบแม่น้ำอิง ปัจจุบันคือวัดป่าแดงบุญนาค วัดบุญหล้า วัดอารามป่าญะ วัดติโลกอารามและวัดโบราณสถานบ้านฮ่องไฮ สองกลุ่มแบ่งกันชัดเจน ประวัติศาสตร์เหล่านี้อยู่ในจารึกอันเป็นการจารึกหลังจากเหตุการณ์จริง 50-100 ปี แต่มีความจริงน่าเชื่อถืออย่างน้อยก็ร้อยละ 70

เล่ามิทันจบ ครูวิมลก็จูงรถจักรยานเสือภูเขาควบขับไปบนเส้นทางจักรยานของเทศบาล (Bike lane) นับเป็นนักเล่าเรื่องประวัติศาสตร์อันร้อนแรงในกลุ่มวัยรุ่น ล่าสุดเพิ่งออกงานกิจกรรมโรงหนังรามารำลึก เล่าเรื่องราวย้อนอดีตถึงความบันเทิงในยุคสมัยก่อน

ผู้เขียน กระจอกชัย