สายฝนโปรยสู่ผืนป่าต้นน้ำอำเภอแม่ใจ ไหลรินสู่ลำห้วยป่ากล้วยสายน้ำที่หล่อเลี้ยงผืนดินทำกินของเกษตรกรมานานกว่า 50 ปี โดยก่อนนั้น พ่ออุ้ยจันทร์ ภาชนนท์ นำต้นลิ้นจี่จำนวน 12 ต้น ทดลองปลูกบนพื้นที่ลุ่มน้ำแห่งนี้ได้ผลลิ้นจี่คุณภาพเป็นที่พึงใจ เกษตรกรหลายครอบครัวจึงเริ่มหันมาปลูกลิ้นจี่ป้อนสู่ตลาดจนเป็นที่เลื่องลือ นายยอดชัย มะโนใจ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ผลิตลิ้นจี่คุณภาพห้วยป่ากล้วย เล่าว่า ลิ้นจี่ในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยป่ากล้วยมีเรื่องราวเล่าขานมากมาย โดยภายวันที่ 27 เมษายน 2564 เป็นวันครบกำหนดเก็บเกี่ยว ผลลิ้นจี่ปลอดสารเคมีจะเติบโตเต็มที่และจะถูกเก็บเกี่ยวเพื่อจัดส่งให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ

ต้นกำเนิดลิ้นจี่แม่ใจ       

กลุ่มอนุรักษ์ลิ้นจี่ห้วยป่ากล้วย” เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ที่มีเรื่องราวมายาวนาน ห้วยป่ากล้วยเป็นพื้นที่ปลูกลิ้นจี่แห่งแรกของอำเภอแม่ใจ ตอนนั้นเริ่มปลูกลิ้นจี่จำนวน 12 ต้น ปัจจุบันเหลืออยู่ 11 ต้น เริ่มปลูกเมื่อ พ.ศ.2512 -2513 โดยการนำของพ่ออุ้ยจันทร์ ภาชนนท์ คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านป่าข่า ท่านมีแนวความคิดว่า โรงเรียนบ้านป่าข่าปลูกลิ้นจี่ 22 ต้น มีผลผลิตดีก็เลยทดลองนำมาปลูกในสวนของตนเอง บริเวณห้วยป่ากล้วย หมู่ 8 ตำบลศรีถ้อย อำเภแม่ใจ จังหวัดพะเยา ผลผลิตลิ้นจี่เป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภคอย่างมาก ทั้งรูปรสกลิ่นสี เกษตรกรจึงขยายพื้นที่เพาะปลูก เปลี่ยนจากอาชีพอื่นหันมาปลูกลิ้นจี่กันทั่วอำเภอแม่ใจ

ช่วงเริ่มแรกปลูกลิ้นจี่ราคาดี แต่เมื่อมีการแข่งขันราคาลิ้นจี่ก็เริ่มลดลง พ.ศ.2530 ลิ้นจี่ราคาตกต่ำ สมัยก่อนระบบการซื้อขายลิ้นจี่เป็นแบบ “หยง” หรือพ่อค้ารับซื้อผลผลิตบริเวณหน้าสวนลิ้นจี่ เกษตรกรไม่มีปัญหาด้านการขาย มีกลุ่มนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ ส่งเสริมทำลิ้นจี่คุณภาพ เช่น การห่อลิ้นจี่ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ผลออกมาสีสดสวยกลิ่นหอม ลิ้นจี่ต้นใดพร้อมเก็บเกี่ยวเวลาเดินผ่านใต้ต้นลิ้นจี่จะมีกลิ่นหอม เราจะรู้ได้ทันทีว่า ลิ้นจี่ต้นใดพร้อมเก็บเกี่ยว

ต่อมาระบบการซื้อขายเปลี่ยนแปลง พ่อค้ารับซื้อลิ้นจี่ผลสดโดยไม่ต้องห่อ เกษตรกรเห็นว่ามีความสะดวกรวดเร็ว เป็นการทำการเกษตรที่ลดต้นทุน ทุกคนเห็นชอบรูปแบบการทำการเกษตรแบบนี้ ผลผลิตลิ้นจี่จึงถูกกดราคา ลิ้นจี่จำหน่ายในตลาดราคากิโลกรัม 50 บาท พ่อค้ารับซื้อเพียง 30 บาท เมื่อราคาลิ้นจี่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ก็ได้รับความเดือดร้อน ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อเกษตรกรกดดันภาครัฐ ตัวอย่างเหตุการณ์ปิดถนนด้วยลิ้นจี่ มีการนำลิ้นจี่เทบริเวณสามแยกมะพร้าวเผาแม่ใจเพื่อประท้วงรัฐบาล

เดินทางสู่วิถีเกษตรอินทรีย์

ผมกลับมาปรึกษาสมาชิกกลุ่มว่า น่าจะตั้งกลุ่มทำลิ้นจี่คุณภาพโดยการห่อ ก็เลยรวมกันกับเกษตรกรในพื้นที่ตั้งกลุ่มอนุรักษ์ลิ้นจี่ห้วยป่ากล้วย ผลผลิตลิ้นจี่บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยป่ากล้วยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อแกะเปลือกลิ้นจี่จะพบว่า เนื้อลิ้นจี่ที่ปลูกบริเวณลุ่มน้ำห้วยป่ากล้วย มีเนื้อสีขาวขุ่น เนื้อจะกรอบ น้ำในเนื้อลิ้นจี่มีน้อย กลิ่นจะหอม เหมือนกับคำขวัญลิ้นจี่ของเราคือ ไหล่ยกอกตั้งหนามหดก้นป้าน พอเริ่มทำเกษตรอินทรีย์ก็มีกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยพะเยาลงพื้นที่เก็บข้อมูลโดยมี ผศ.น.สพ.สมชาติ ธนะ และคณะนักวิจัย ได้พิจารณาให้ดำเนินการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรกลุ่มอนุรักษ์ลิ้นจี่ห้วยป่ากล้วย เริ่มตั้งแต่กระบวนการทำวิจัย ทำการตลาด ทำลิ้นจี่คุณภาพ 100 เปอร์เซ็น หลังจากนั้น พื้นที่เพาะปลูกลิ้นจี่บริเวณลุ่มน้ำห้วยป่ากล้วยกลายเป็นพื้นที่ทำงานวิจัย

งานวิจัยกลุ่มอนุรักษ์ลิ้นจี่ห้วยป่ากล้วยมีหลากหลาย เช่น ไฟล่อแมลง แผ่นกาวดักแมลง ถุงตาข่ายห่อผลลิ้นจี่ เราใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมควบคู่กับการใช้นวัตกรรม นวัตกรรมล่อแมลงเป็นการกำจัดแมลงตัวเต็มวัยก่อนการผสมพันธุ์แล้ววางไข่ในผลลิ้นจี่ โคมไฟดักแมลงดักผีเสื้อกลางคืนที่จะมาวางไข่ แผ่นกาวดักแมลงวัน ขวดล่อแมลงวันทอง ล้วนเป็นการกำจัดแมลงก่อนมีการวางไข่ หากไม่มีแมลงวางไข่หรือแมลงเจาะขั้ว สารเคมีก็ไม่ความจำเป็นสำหรับการทำการเกษตร ผมทำงานวิจัยมาเป็นเวลา 3 ปี พบว่าลิ้นจี่คุณภาพต้องประกอบด้วยกระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีความสม่ำเสมอ ผมทดลองนวัตกรรมการกางมุ้งให้ต้นลิ้นจี่ พบว่าถ้ากางมุ้งให้ลิ้นจี่ตั้งแต่ลิ้นจี่เป็นลูกเล็ก แมลงไม่สามารถเข้าไปในมุ้ง ลิ้นจี่ปลอดภัย เกษตรกรปลอดภัย ผู้บริโภคปลอดภัย

ภูมิปัญญาและนวัตกรรมส่วนใดใช้ได้ผลก็จะมีการประเมินอยู่ทุกปี มีการจดบันทึกอย่างเป็นระบบว่า ใช้วัสดุชนิดใดแล้วได้ผลอย่างไร เช่น ใช้ถุงสีดำห่อลิ้นจี่ ผลลิ้นจี่จะเกิดผลขาวอมแดง ใช้ถุงสีแดงห่อลิ้นจี่ ผลลิ้นจี่จะเป็นขาวอมชมพู ใช้กระดาษสีขาวขุ่นห่อลิ้นจี่ ผลลิ้นจี่จะเป็นสีแดงอมชมพู การทำลิ้นจี่ต้องลดต้นทุนสารเคมี แต่มีการใช้วัตถุดิบอย่างอื่นทดแทน สมาชิกในกลุ่มทุกคนต้องทำเหมือนกัน เช่น ใช้ปุ๋ยหมักทดแทนปุ๋ยเคมี การลดสารเคมีโดยใช้ไฟล่อแมลง ตั้งกาวดักแมลง ตั้งไฟล่อแมลง ขวดล่อแมลง ซึ่งงานวิจัยในแต่ละชิ้นเป็นงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา

ลิ้นจี่ปลอดสารพิษสู่ตลาดยุคใหม่

การทำลิ้นจี่คุณภาพเราสามารถกำหนดราคาเองได้ แต่ต้องทบทวนอยู่เสมอว่า ลิ้นจี่มีคุณภาพตามราคาที่กำหนดหรือไม่ ตัวอย่างเช่น เกษตรกรกำหนดราคาขายไว้กิโลกรัมละ 80 บาท ผลผลิตต้องมีคุณภาพ รสฃาติต้องมีความหวานตามเกณฑ์กำหนด กลิ่นต้องหอม สีของเปลือกอมชมพู สัมผัสผิวดีไม่มีหนามคมตำมือตอนแกะเนื้อ ถ้าผลผลิตเป็นไปตามมาตรฐาน เกษตรกรสามารถกำหนดราคาจำหน่ายได้เอง สำหรับกลุ่มอนุรักษ์ลิ้นจี่ห้วยป่ากล้วย สามารถกำหนดราคาขายบริเวณหน้าสวนเพราะเราตั้งใจทำลิ้นจี่คุณภาพ เราได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ ซึ่งสินค้าเป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานการรับรอง

ด้านการจำหน่ายสินค้าของกลุ่มอนุรักษ์ลิ้นจี่ห้วยป่ากล้วย วางจำหน่ายที่เลม่อนฟาร์ม เดอะมอล์ ตลาดของภาครัฐ ตลาดองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) และการตลาดแบบออนไลน์ ในช่วงหลังลิ้นจี่ของกลุ่มอนุรักษ์ลิ้นจี่ห้วยป่ากล้วยเป็นที่รู้จักในตลาดมากขึ้น มีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องมีการบริหารจัดการสินค้าเพื่อสินค้าส่งถึงมือผู้บริโภคด้วยความสด หอม หวานอร่อย ถูกใจลูกค้า มีการเตรียมความพร้อมเพื่อจัดส่งสินค้าให้กับผู้บริโภคในช่วงปลายเดือน เมษายน – พฤษภาคม ของทุกปี

เรื่อง/ภาพ กระจอกชัย