เสียงกุกกักกุกกักดังออกมาจากห้องครัวใต้ถุนบ้าน เสียงดังปลุกให้ฉันลืมตาตื่นขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง เมื่อมองออกไปยังท้องฟ้านอกหน้าต่าง ฟ้ายังมืด ดวงดาวพร่างพราย

      ห้องนอนอันมืดสนิทแต่ยังคงมองเห็นเข็มนาฬิกาปลุกสะท้อนแสงที่วางไว้บนหัวนอน เข็มสั้นนาฬิกาชี้เลขสาม เข็มยาวชี้เลขสี่ เพิ่งตีสามยี่สิบนาที แม่ตื่นนอนแต่เช้ามืด ทำกับข้าวเตรียมไว้ให้ลูกก่อนออกเดินทางไกล

      ฉันล้มตัวลงนอนซุกกายอยู่ใต้ผ้าห่มอีกครั้ง สมองเริ่มทบทวนเนื้อหาในบันทึกซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับการสอบ เมื่อข้อมูลในความทรงจำผุดขึ้นชัดเจน ดวงตาฉันก็เริ่มปิดลง

      สมุดขนาดเอสีเล่มบางสีเทาอันยับย่น เป็นบันทึกความทรงจำซึ่งฉันพกพาติดตัวเพื่อทบทวนความทรงจำ สมองของมนุษย์มีขีดจำกัด ไม่มีใครสามารถจดจำเรื่องราวได้อย่างละเอียดลออ

      การจดบันทึกจึงเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาตนเอง ด้วยข้อมูลสำคัญอาจถูกหลงลืมหรือข้ามผ่านการจดจำ แต่หากมีการจดบันทึก เรื่องราวหรือข้อมูลที่หลงลืมอาจถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต

      สำหรับฉันนับเป็นคนหนึ่งซึ่งมีความจำอันแสนสั้น แม้จบการศึกษาปริญญาตรีทางกฎหมาย สามารถทำความเข้าใจและจดจำบทเรียนอย่างรวดเร็ว แต่ความจำเหล่านั้นก็ถูกหลงลืมเสียง่ายดาย

      ฉะนั้นแล้ว หลังการอ่านหนังสือทุกครั้ง ฉันจะสรุปเนื้อหาจดไว้ในสมุดบันทึก เมื่อจะเริ่มอ่านหนังสือครั้งต่อไปก็จะเปิดบันทึกทบทวนก่อน จากนั้นจึงเริ่มอ่านหนังสือบทถัดไปเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

       “ไมด์แมพ” ( Mind Maps) หรือ “แผนที่ความคิด” เป็นเครื่องมือย่นย่อหรือลดขนาดข้อมูลให้สั้นลง การใช้แผนที่ความคิดสามารถทำให้ข้อมูลจำนวนมากง่ายต่อการจดจำ สามารถกระตุ้นความทรงจำให้ฟื้นคืนได้อย่างรวดเร็ว

       แผนที่ความคิด สร้างขึ้นโดยนายโทนี่ บูซาน นักเขียนเกี่ยวกับสมองและการเรียนรู้ แผนที่ความคิดมีประสิทธิภาพมากในการช่วยบันทึกและรักษาข้อมูล เพราะสามารถลดขนาดข้อมูลให้เหลือเพียงประเด็นหลัก ทำให้สามารถสรุปข้อมูลพื้นฐานเอาไว้ในใจ

      ห้วงเวลาใกล้สอบฉันมักจะนึกถึงข้อมูลที่ถูกรวบรวมอันมีรูปลักษณะคล้ายต้นไม้ต้นหนึ่ง มีราก มีลำต้น กิ่งก้านใบเป็นสาขา เมื่อเริ่มทำแผนที่ความคิด เรามักคิดว่าเป็นสิ่งยุ่งยากเกินความจำ แต่เมื่อลองทำจนคุ้นชิน แผนที่ความคิดจะกลายเป็นเครื่องมือทบทวนความทรงจำอันทรงประสิทธิภาพ

      ฉันไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง การสอบตกเป็นเรื่องปกติในชีวิต ด้วยคิดอยู่เสมอว่า ในช่วงชีวิตของทุกคนล้วนมีโอกาสผิดพลาด การสอบตกเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นสำหรับฉัน คือการใช้ชีวิตหลังจากความผิดพลาด เราควรใช้ชีวิตอย่างไรในห้วงยามที่จิตใจหม่นหมอง

       เสียงเพลงร้องของแม่ดังมาจากใต้ถุนบ้าน

       “เขียนคำแม่สอน เป็นกลอนติดไว้ข้างฝา เลิกงานกลับมาอ่านทวนให้จำคำวอน เรียนรู้สู้งานอย่าลืมบ้านเกิดเมืองนอน ครอบครัวเรายังเดือดร้อน แม่พร่ำสอนก่อนไกลบ้านมา…”

       คำร้องทำนองเพลง “เพื่อแม่แพ้บ่ได้” ประพันธ์โดยครูเพลงสลา คุณวุฒิ ทำให้นึกถึงเสียงขับขานบทเพลงในยามเช้า แม่จะร้องเพลงลูกทุ่งขณะทำครัว บทเพลงของศิลปินนักร้องลูกทุ่งซึ่งฉันไม่เคยได้ฟังมักจะถูกแม่ขับร้องอยู่เสมอ หลายเพลงฟังแล้วสะดุดใจ

       เช่นเพลง “เพื่อแม่แพ้บ่ได้” จำได้ว่าฟังเพลงนี้ครั้งแรกเมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง ยามนั้นฉันอ่านหนังสือสอบด้วยความท้อแท้ บทเพลงลูกทุ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

      ขณะดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า ฉันหันไปมองอักษรบนกระดาษสีขาวติดตรงหน้าประตูห้องนอน “อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา” อาจเป็นคำสอนอันดาดเขินฟังผ่านหูจนคุ้นชิน แต่เมื่อคำสอนถูกบันทึกด้วยลายมือของแม่ กลับกลายเป็นสิ่งย้ำเตือนพื้นฐานของการใช้ชีวิตด้วยความอดทน

      “แม่” เป็นความรัก เป็นความบัลดาลใจ เป็นกำลังใจให้ฉันเสมอ

ผู้เขียน กระจอกชัย ภาพถ่าย ยศ สักลอ