ยามเช้า – เสียงไก่ขันดังระงมปลุกให้ฉันตื่นนอน ฟ้ายังมืด ฉันลุกขึ้นมาหยิบหนังสือวางไว้บนหน้าอกแล้วนอนลง ผลสอบรอบแรกประกาศแล้ว ฉันสอบไม่ผ่านข้อเขียน

บางคนบอกว่าการสอบตกมีอารมณ์เหมือนคนอกหัก หากเป็นเช่นนั้นจริง หัวใจดวงน้อยของฉันคงแหลกสลาย มองหนังสือที่วางไว้เป็นกองตรงข้างเตียงนอน หลายเล่มยังอ่านไม่จบ ฉันนึกถึงผู้สอบแข่งขันหลายคนซึ่งเคยเป็นคู่แข่งในสนามสอบ ป่านนี้คนที่สอบตกคงผิดหวัง นอนหลับแล้วเลิกราจากการอ่านหนังสืออยู่พักใหญ่

เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นบริเวณหน้าสำนักงานของพ่อ (Office) ลูกค้ามักจะเรียกให้พ่อทำงานตั้งแต่เช้ามืด โลกใบนี้มีหลายอย่างชำรุด หากมีคนสร้างแต่ไม่มีคนซ่อมโลกคงสะดุด เหมือนเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังเสีย เจ้าของรถกำลังตะโกนหาพ่อให้รีบซ่อม

ยินเสียงเปิดประตูม้วนสังกะสีหน้าร้านค้าดังกรักๆๆๆ แม่เปิดร้านขายของชำต้อนรับลูกค้า ส่วนพ่อล้างหน้าแปรงฟันทำภารกิจส่วนตัว พ่อกับแม่ของฉันสอนว่า เมื่อครั้งยังหนุ่มสาว พ่อกับแม่ต้องตระเวนทำงานหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ฉะนั้นแล้ว เมื่อมีลูกค้าตื่นแต่เช้านำรายได้มาสู่ครอบครัว เราก็ไม่ควรบ่นหรือตำหนิเขาว่าไม่มีความเกรงอกเกรงใจ

แสงทองของดวงตะวันสาดส่องผ่านหน้าต่างสู่ห้องนอน บรรยากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ฉันลืมตาแล้วหยิบหนังสือเตรียมสอบที่วางบนหน้าอกออกมากาง ดวงตะวันทอแสงอ่อนกระทบกระดาษสีขาวมองเห็นตัวอักษรหนังสือชัดเจน

ฉันอ่านหนังสือทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำ สมัยก่อนฉันเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือ พอเริ่มอ่านก็มักจะนอนหลับ ฉะนั้นฉันจึงอ่านหนังสือขณะที่นอนอยู่ เมื่อง่วงก็หลับกันตรงนั้น จนบัดนี้นิสัยเดิมยังไม่เปลี่ยน ฉันยังคงนอนอ่านหนังสือเหมือนเคย

สมัยก่อนฉันมีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการอ่าน เมื่อวางเป้าหมายไว้สูง พอทำไม่ได้ก็ท้อแท้แล้วเลิกรา ปัจจุบันฉันตั้งเป้าหมายเพียงสิ่งเล็กน้อย กำหนดเป็นความสำเร็จระหว่างวัน เช่น การตื่นนอนขึ้นมาอ่านหนังสือแต่เช้า การทำข้อสอบเก่าให้ได้ตามเป้าหมาย หรือทำสมุดบันทึกความทรงจำ

วันไหนถ้าเราสามารถทำได้ตามเป้าหมาย วันนั้นถือเป็นวันแห่งความสำเร็จ

ฉันอ่านหนังสือจนถึงยามสาย ชายรูปร่างสูงใหญ่ตัดทรงผมหัวฟู (Afro) หนวดเคราแพะรุงรัง แต่งตัวสไตล์แฟชั่นย้อนยุค (Retro) สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้สีม่วง สวมกางเกงขากว้างสีเทาดำ ใส่รองเท้าหนังสีดำมันวับ ขับรถจักรยานไฟฟ้าสีแดงคันเล็กเข้ามาถึงในบ้าน

เสียงจักรมอเตอร์รถจักรยานไฟฟ้าดังอือๆ ทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ รถจักรยานไฟฟ้าภายใต้แนวคิดการลดมลพิษและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดูไม่กลมกลืนกับบรรยากาศชนบทบ้านฉัน

เขาจอดรถอย่างเชื่องช้า เดินเข้ามาในบ้านจากนั้นถอดแว่นตา มองเห็นใบหน้าที่เหมือนจอมโจรมุ่งประสงค์ร้าย จากนั้นแสยะยิ้ม

หลายคนเรียกเขาว่าอาจารย์ เดิมทำงานอยู่เมืองหลวง มีความฝันอยากใช้ชีวิตภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในชนบทบ้านเกิด “โจน จันใด” เป็นต้นแบบการใช้ชีวิตภายใต้อุดมคติของเขา

สร้างบ้านดินอยู่ในชนบท มีชีวิตอย่างพอเพียง เคียงคู่กับภรรยาชาวต่างชาติ แถบทวีปยุโรปหรือสแกนดิเนเวีย

ได้ข่าวว่า อาจารย์เรียนวิชานวดแผนโบราณ เดินทางใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานหลายเดือน จากนั้นฉันพบเขาอีกครั้งขณะที่เขากำลังย่ำโคลนอยู่กลางทุ่งนา

อาจารย์ถอดเสื้อผ้าถือคันจับรถไถนาเดินตามคันใหม่ ทุ่งนาผืนกว้างถูกแบ่งเป็นสัดส่วน ปลูกบ้านพักสามหลังทำเป็นรีสอร์ท มีบ่อเลี้ยงปลาและทุ่งนาข้าวก่ำ ยามเย็นมองออกไปทางทิศตะวันตกมองเห็นแสงตะวันลับขุนเขา บ้านสามหลังปลูกเรียงกันคล้ายดั่งฉากสุดท้ายของชีวิตในฝัน

“ไถนาเหนื่อยหนักผมเลยไปสมัครเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ”

อาจารย์เจิมบอกเล่าเรื่องราวชีวิตช่วงเวลาที่ไม่พบกัน หลังจากมือจับคันรถไถนาแบบเดินตามเริ่มสั่นคลอน อาจารย์เจิมยอมสลัดความฝันบนทุ่งสู่การเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แต่กระนั้น เศษเสี้ยวความฝันที่ยังเหลืออยู่คือ การมีภรรยาเป็นชาวต่างชาติทวีปยุโรปหรือสแกนดิเนเวีย

เราคุยกันเรื่องการสอบตำรวจ แทนที่จะพูดคุยเรื่องสาวชาวต่างชาติเหมือนเช่นเคย ฉันคิดว่าเขาคงหมดความพยายามกับการสอบเข้ารับราชการตำรวจ ด้วยเขาเริ่มลงสนามสอบแข่งขันเข้ารับราชการตั้งแต่ ม.4 สอบแข่งขันเข้าโรงเรียนนายสิบตำรวจตั้งแต่อายุครบ 18 ปี จนบัดนี้อายุเกิน 35 ปี

ฉันเพียงปลอบใจและอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จ

ยามเช้าอีกวัน – หนึ่งปีผ่านเสียงไก่ขันดังระงมปลุกฉันให้ตื่น ฟ้ายังมืดดวงดาวพร่างพราย ฉันหยิบหนังสือวางไว้บนหน้าอกด้วยความเคยชิน ฉันคิดถึง หนุ่ม-สาว หลายคนมีความฝันอยากมีอาชีพรับราชการ ป่านนี้พวกเขาหลายคนคงนอนหลับ บางคนแม้ตื่นนอนก็คงเลิกราจากการอ่านหนังสือ

บางคนยอมแพ้แม้เปิดหนังสือเพียงหน้าแรก ฉันคิดถึงอาจารย์ ชายหนุ่มที่มุ่งมั่นอ่านหนังสือสอบบรรจุเข้ารับราชการยาวนานกว่าสองทศวรรษ ยามนี้ เขาคงตื่นนอนอย่างมีความสุข เตรียมทำหน้าที่เป็นข้าราชการครูชนบทอย่างที่เคยวาดหวัง ส่วนฉันกำลังเตรียมตัวเข้ารับบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ