อ้น นายพีรทัต วงษ์ประเสริฐ และ ฟ้าใส ปานสุวรรณ คือ นักดนตรีไทยรุ่นใหม่ มีรากฐานทางดนตรีไทยตั้งแต่วัยเด็ก เติบโตเป็นเยาวชนดนตรีไทย เรียนจบปริญญาตรีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์เอกดนตรีไทย ปัจจุบัน อ้น นายพีรทัต วงษ์ประเสริฐ รับราชการครูสอนดนตรีไทย ส่วน ฟ้าใส ปานสุวรรณ เรียนปริญญาโทดนตรี ทั้งสองมีแนวความคิดเรื่องการผสมผสานการเล่นดนตรีไทยกับรูปแบบการเล่นดนตรีสากล ในบริบทการเล่นดนตรีที่แตกต่าง ทั้งเรื่อง ผู้คน เวลา สถานที่ เลือกเล่นดนตรีในส่วนสาธารณะ โดยเลือกเมโลดี้เพลงไทยเดิมเล่นบนทางเดินคอร์ดดนตรีสากล สุ้มเสียง ซอ สายสตริง (สายลวด) บนคอร์ดกีตาร์สมัยใหม่ คล้ายวลีเอื้อนเอ่ยจากคนคุ้นเคยที่พานพบในสถานที่แตกต่าง ลองฟังเพื่อรับรู้รสดนตรีไทยเดิมอันถูกพัฒนาสู่วัฒนธรรมไทยร่วมสมัย

เติบโตบนรากฐานดนตรีไทยเดิม

พีรทัต วงษ์ประเสริฐ : เราเรียนดนตรีไทยตั้งแต่ประถม เล่นอังกะลุง เราเห็นเพื่อนเล่นเครื่องดนตรีอื่นก็อยากเล่น เมื่อตำแหน่งในวงดนตรีเต็มแล้ว เราสนใจแต่ก็ต้องแอบเล่น เพราะครูดนตรีไทยสมัยก่อน ค่อนข้างเคร่งครัด เมื่อเราใฝ่รู้ เราก็หาวิธีเรียน ซื้อวีซีดีมาเรียนรู้ หาหนังสือโน้ตดนตรีไทยมาหัดอ่าน ตอนนั้น คุณป้าซื้อระนาดแล้วเขาแถมซอมาให้ คุณป้าเรียนซอมาก่อน เราจึงมีโอกาสเล่นเครื่องดนตรีไทยประเภทอื่นๆ มีโอกาสเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เป็นนักเรียนโควตาเล่นเครื่องดนตรีไทย เช่น ระนาด

เมื่อเรียนดนตรีไทย เราอยากรู้ว่า เครื่องดนตรีไทยทำอะไรได้บ้าง เราทดลองเล่นทุกเครื่องดนตรีไทยแต่ที่สะดุดคือ “ซอ” เพราะเป็นเครื่องดนตรีที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด สื่ออารมณ์ของเราได้มากที่สุด และเป็นช่วงที่เราฟังเพลงหลากหลาย แจ๊ส ร็อค ฯลฯ ยุคสมัยนั้น ยังไม่มีใครนิยมใช้เครื่องดนตรีไทยเล่นเพลงสากลมากนัก ตอนแรกเลือกเล่นระนาด แต่คีย์ของระนาดเข้ากับเพลงสากลไม่ได้ แต่ซอพังทะลายตรงนั้น เราอยากเล่นคีย์ใดเราก็ปรับ บิดสายให้ตรงคีย์ “ซอ” จึงไม่ต่างจากเครื่องดนตรีอย่าง ไวโอลิน

“ซอ” ไล่เสกลได้ 7 เสียง เช่นเดียวกับเครื่องดนตรีสากล แต่เราต้องมีพื้นฐานการเล่นซอโดยเฉพาะพื้นฐานด้านการฟัง เราต้องจดจำบันไดเสียงดนตรีไทยให้แม่น ใช้หู ฟัง พิจารณา ซึ่งเราจะพบว่า บันไดเสียงของเครื่องดนตรีไทยไม่ตรงกับบันไดเสียงของดนตรีสากล เราต้องใช้หูฟัง ปรับการเล่นให้เสียงตรงกับเพลง ตอนนั้นเริ่มมี Youtube เราฟังเพลงแล้วก็เล่นตาม เล่นให้เสียงตรง ซึ่งเราเชื่อว่าทักษะที่สำคัญ (Skill) ของนักดนตรีคือการใช้หูฟัง ถ้าฟังไม่รู้ เราก็ไม่รู้ว่า เราเล่นดีหรือเราเล่นเพี้ยน ฟังให้ออกว่าเพี้ยนสูง หรือเพี้ยนต่ำ ฟังเสียงดนตรีให้เป็นนิสัย ซึ่งตอนนั้น เราก็ยังไม่รู้จักคำว่าเสกล เพียงแค่ใช้หูฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ตรง ตอนที่เราเรียนรู้ ซึมซับ เรื่องทฤษฎีดนตรีสากล เราเรียนรู้ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เราเรียนสาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เลือกเรียนวิชาดนตรีสากลเป็นส่วนใหญ่

ตอนนั้น ช่วงปี 3 เราเลือกเรียนเอกดนตรีศึกษา ถ้าเอกดนตรีไทยเราก็ต้องเรียนดนตรีไทยขั้นสูง ถ้าเรียนเอกดนตรีศึกษา เราก็ต้องเลือกเรียนความรู้ที่เป็นดนตรีตะวันตก ถ้าเรียนดนตรีไทย เราเลือกเรียนที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องใช้เงินมาก แต่ถ้าเรียนดนตรีสากล เรียนเปียโนคอร์สนึงหลายบาท เราจึงเลือกเรียนดนตรีสากล เรียน สตริงคลาส, ไวโอลิน, การรวมวง, คีย์บอร์ด, ฮาร์โมนี (Harmony), หลักการประสานเสียง ,เรียนวิชาคอรัส (Chorus) เราว่าหัวใจในการเรียนรู้ของเรา คือ การซึมซับและสังเกต

ฟ้าใส ปานสุวรรณ : สำหรับเรา เป็นเด็กจังหวัดเลย เรียนที่โรงเรียนเลยพิทยาคม เล่นดนตรีไทย เล่นระนาดเอก ส่วนกีตาร์ก็เพียงอยากล้อมวงเล่นดนตรีกับเพื่อน แต่มีช่วงนึงในชั้นมัธยม เรารวมวงสตริง แล้วก็เป็นเด็กนตรีไทยทั้งหมด เราจะไปประกวดแล้วมีจุดขายยังไง แล้วเราก็เอาดนตรีไทยใส่ลงไป ตั้งชื่อวงว่า “ปี่พาทย์” ตอนนั้น ไม่มีความรู้เรื่องดนตรี เมื่อเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนเห็นว่า เราเล่นดนตรีสไตล์แบบนี้ เราก็มักจะถูกชวนให้ไปเล่นกีตาร์ เมื่อเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราเรียนเอกดนตรีไทยก็จริงแต่เลือกเรียนทฤษฎีดนตรีสากล เพราะเราคิดว่าวันหนึ่งเราต้องนำมันมาใช้กับสิ่งที่เราเล่น เจอกันในห้องเรียนอยู่ตลอด ซึ่งในช่วงหนึ่ง เรามีโอกาสเล่นดนตรีในร้านและมีเครื่องดนตรีไทยผสม หลังจากนั้นเราก็ทำวงเอง

“ซอ” บนทางเดินคอร์ดดนไทยสากล

พีรทัต วงษ์ประเสริฐ : ถ้ามองในมุมของการเล่นดนตรีสากล เราไม่ได้ปรับอะไรมากมาย แต่สิ่งที่มีส่วนช่วยคือ ความเข้าใจเรื่องดนตรีไทย ทำให้เราปรับตัวเข้าหากันได้ง่าย การเล่นดนตรีเรามองเครื่องดนตรี “ซอ” เป็น “ซอ” แต่เราก็หาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของรูปแบบการเล่นหรือลูกเล่น เช่น เอ้อร์หู  (The erhu)  ไวโอลิน, ไวโอลา,เชลโล มีลูกเล่นไหนบ้างที่ ซอ สามารถนำมาใช้ในการเล่นได้บ้าง สำเนียงดนตรีแบบใดที่ซอเล่นได้ ความจริงซอสามารถเล่นได้ทุกอย่าง แต่ยังไม่มีใครทำ เมื่อซออยู่บนเสกล อยู่บนพื้นฐานของดนตรีสากล เราเล่นเพลงไทย ใส่ลูกเล่นที่สามารถทำได้  การเล่นเป็นธรรมชาติ เป็นปกติมาก ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นสากล เราเล่นเป็นปกติ และหากเราเล่นดนตรีกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฟ้าใส หรือ ฟ้าใส เล่นดนตรีกับคนอื่น รสชาติของดนตรีก็จะแตกต่างออกไป เพราะลักษณะการเล่นดนตรีไทยร่วมสมัยจะมีความเป็นตัวตน

ฟ้าใส ปานสุวรรณ : สำหรับการเล่นดนตรี เราเล่นกีตาร์กับแซกโซโฟน เล่นกับไวโอลิน เราเจอกับทางเดินคอร์ด (Chord Progression) ค่อนข้างเยอะ เราจดจำได้แล้วก็ลองนำมาใส่ลงในเพลงไทย ในช่วงเริ่มต้น คือทำนองดนตรีไทย Melody ก็เป็นแบบเดิม แต่เราจะปรับ Melodyอย่างไรให้เข้ากับจังหวะ หรือ Groove ของเพลง ตัวอย่างเพลง “ลาวดวงเดือน” เราไม่ใช้จังหวะ 4/4 ตามขนบเพลงไทยเดิม แต่อาจจะเป็น 6/8 หรือ 12/8 เราลองเล่นแล้วรู้สึกเหมือนไม่ได้ปรับอะไร ความจริงเราปรับทำนองเพลง (Melody)ให้ลงตัว ซึ่งเราจะได้เพลงไทยอีกแบบหนึ่ง

สิ่งที่เราต้องปรับเปลี่ยน คือ ทางเดินคอร์ด เพราะบางเพลงที่เราเล่นเป็นเพลงไทยเดิม เพลงไทยเดิมจริงๆ ต้องเปลี่ยนโหมดเสียง เราต้องคุยกันก่อนแล้วถึงจะเปลี่ยนรูปแบบคอร์ด ส่วนจังหวะ (Groove) ก็แล้วแต่ว่าเพลงจะเป็นแบบไหน เราเล่นกันมานานจนรู้กัน มีช่วงหนึ่งที่เราเล่นดนตรีกันบ่อยมาก เล่นดนตรีต่อเนื่องกัน 5 วัน  สำหรับการเล่นดนตรีของเรา เราไม่มีต้นแบบการเล่น มีคนเล่นดนตรีร่วมสมัยแบบเรา มีคนเล่นดนตรีคล้ายกับรูปแบบการเล่นของเรา แต่ก็มีอาจารย์ที่นับถือทำดนตรีร่วมสมัยไว้ แต่สไตล์การเล่นก็แตกต่าง เช่น วงกอไผ่, วงฟองน้ำ  แต่เราชอบการเล่นที่เป็นตัวเราเองมากกว่า

พีรทัต วงษ์ประเสริฐ : การเรียนดนตรีไทยทั้งหมดเป็นเรื่องของกุศโลบาย มีระดับการศึกษา เหมือนการเรียนดนตรีสากลที่ต้องมีระดับการเรียนการสอบของเขา แต่สำหรับดนตรีไทยถ้าข้ามขั้นตอนหรือลัดขั้นตอนการสอนมากๆ เราก็ไม่สามารถต่อยอดการศึกษาดนตรีไทยได้อย่างเป็นระบบ ถามว่า การที่เราออกมาเล่นดนตรีไทยแบบนี้ เรากลัวเรื่องดราม่าหรือไม่ เราไม่ได้กลัวนะ เพราะในการศึกษาดนตรีซึ่งเป็นดนตรีไทยแท้ เราศึกษาจนถึงที่สุดเหมือนกัน เราไม่ได้เรียนดนตรีไทยแบบฉาบฉวย แล้วก็เล่นดนตรีร่วมสมัยทันที เมื่อถึงเวลานำเสนอ เราไม่ได้นำเสนอซอเพื่อนำมาเล่นสากล เราทำให้เขาเห็นในทุกมิติว่า ความจริงแล้ว ซอ มันเล่นแบบไทยเดิมก็มีความไพเราะ แต่ซอก็สามารถเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถทำได้เพิ่มเติม แต่บางครั้งเราก็ต้องทนกับแรงประทะนิดนึง ซึ่งต้องยอมรับว่า คนในวงการดนตรีไทย (Conservative) อนุรักษ์นิยมสูงมาก

วัฒนธรรมดนตรีไทยที่กว้างขึ้น

ฟ้าใส ปานสุวรรณ : ธรรมเนียมปฏิบัติ การครอบครู ฯลฯ ก็เหมือนกับการเรียนดนตรีสากลที่ต้องมีการสอบเป็นเกรด เป็นเลเวล เป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่ใช้วิธีการแบบนี้ เช่น การเล่นดนตรีไทยตอนกลางคืน ห้ามซ้อมตอนเที่ยงวัน ความจริงก็เป็นเพราะเสียงดังหนวกหูชาวบ้าน ดนตรีไทยผูกกับความเชื่อ เมื่อเอาความเชื่อไปผูกกับสังคมไทย ผูกกับเรื่องพิธีพุทธ ผูกกับพิธีพรามหณ์ คนจึงมองว่าดนตรีไทยเข้าถึงยาก ส่วนเรื่องอารมณ์ของดนตรีไทย ก็อยู่ที่บริบท ดนตรีไทยเดิมอยู่กับบริบทการทำพิธี ถ้าเป็นเด็กๆ ก็จะอยู่กับการประกวด เรื่องบุคลิกของดนตรี มีเศร้า สนุกเสียใจ เสียใจแบบไหน สนุกแบบไหน แล้วแต่อารมณ์ของการสื่อสารดนตรีไทย อาจจะไม่ได้สื่อสารออกมาจากท่าทางของคนเล่นดนตรี

พีรทัต วงษ์ประเสริฐ : เรื่องอารมณืเพลงก่อนจะเล่นดนตรีเพลงไหนเราก็จะศึกษาว่า ผู้ประพันธ์เพลงต้องการทำให้คนฟังรู้สึกอย่างไร คอร์ด ทำให้มิติของเพลงชัดขึ้น ตัวอย่างเพลงเศร้า หากมีเพียงเมโลดี้อย่างเดียว เหมือนคีย์บอร์ด ถ้าเรากดเมโลดี้อย่างเดียวมันก็จะไม่มีความรู้สึกอะไร แต่เมื่อมีคอร์ดเข้าผสม มันทำให้มิติของเพลงกว้างขึ้น ลึกขึ้น เศร้าก็เศร้ามากขึ้น เมื่อมาเล่นดนตรีด้วยกัน การสื่อสารเรื่องอารมณ์เพลงมันจะชัด

ฟ้าใส ปานสุวรรณ  : สิ่งแวดล้อมส่งผลมากๆ ต่อการเล่นดนตรี ต่อการสื่อสารด้วยอารมณ์เพลง อาจจะไม่มากหากเป็นการอัดคลิป เมื่อยู่ในห้องที่มีอากาศดีก็จะเล่นได้ดีขึ้น ส่วนการเล่นสดมีผลมากๆ เมื่อเล่นสดหน้างาน เช่น งานแต่งาน บรรยากาศมันส่งให้เราตั้งใจเล่น มันจะรู้สึกอยู่ภายในใจของเรา

นายพีรทัต วงษ์ประเสริฐ : ปัจจัยภายนอก ทำให้หลายอย่างแปรผันได้สูงมาก สถานที่เดียวกัน ความรู้สึกอาจแตกต่างกัน เช่น มีคนดู 2 คน คนไม่ดู 2 คน ความรู้สึกในการเล่นแตกต่างกัน รวมถึงซาวด์ในการเล่น เช่น เราเล่นในห้างสรรพสินค้าเสียงรบกวนเยอะ คนไม่สนใจ การสื่อสารก็อาจจะไม่ดี

เส้นทางของดนตรีไทยร่วมสมัย

พีรทัต วงษ์ประเสริฐ : ผมไม่เคยเห็นคนไทยสีซอกว้างมากเท่าใด คนไทยจะเล่นอย่างเดียว แต่เราอยากทะลายข้อจำกัดหลายอย่างของซอ อยากมีลูกเล่นมากขึ้น ผมอยากให้นึกถึงซอ เออร์หู (The erhu) เป็นเครื่องดนตรีที่เล่นกับวงไหนก็ได้ เล่นกับเครื่องดนตรีชนิดไหนก็ได้ ผมเชื่อว่า ซอไทยสามารถเล่นได้แบบนั้น ถ้ามีการทะลายข้อจำกัดบางอย่าง เช่น การปรับแต่ง เซต จูน ทำให้เครื่องดนตรีไทยดีขึ้นได้ ข้อจำกัดที่สอง คือ มายด์เซตของคน ฟ้าใส ปานสุวรรณ  : คนในวงการดนตรีไทยค่อนข้างคอนเซอเวทีฟมากๆ  อย่างเช่น ซอ เรื่องสายที่ใช้เล่น ปกติเป็นสายไหม เดียวนี้เป็นสายลวดเล่น พีรทัต วงษ์ประเสริฐ : สายลวดก็คือเป็นสายของซอ เออร์หู สมัยก่อนเป็นซอเออร์หู ก็ไม่ได้ใช้สายแบบนี้ แต่เขาก็มีการพัฒนาจนมันทะลายข้อจำกัดได้

ฟ้าใส ปานสุวรรณ : บางสำนักเขาก็นำสายกีตาร์มาใช้กับซอ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ก็มีบางสิ่งช่วยทำให้เครื่องดนตรีเหมาะกับการเล่นในแต่ละบริบทมากขึ้น แต่ถ้าใช้สายลวดเล่นกับเพลงไทยเดิมก็ไม่เหมาะสม บางครั้ง เราสามารถพัฒนาเครื่องดนตรีไปได้ไกลแต่ก็ต้องดูบริบทการเล่นด้วย สำหรับผู้ใหญ่บางท่านที่อนุรักษ์นิยม เมื่อเขาอนุรักษ์นิยมมากๆ เขาก็ไม่เปิดใจกับวงดนตรีไทยร่วมสมัย บางคนอยากทำวงแบบนี้แต่ “ซอ” ก็ต้องเป็นซอสายไหม พีรทัต วงษ์ประเสริฐ : ในมุมมองคนซอ บางบริบทของการเล่น ผมเลือกใช้ซอสายไหม การใช้ซอสายลวด บางครั้งก็ไม่ได้ดีกว่าซอสายไหมเสมอไป ผมว่าเราควรสร้างทางเลือกในดนตรีไทยให้มากขึ้น เปิดโอกาสให้มีพัฒนา ฟ้าใส ปานสุวรรณ : เรื่องแบบนี้เป็นข้อจำกัดมากๆ ในวงการดนตรีไทยเด็กไทยไม่กล้าเล่นดนตรีไทยเพราะกลัวผู้ใหญ่ตำหนิ หลายคนจึงเลือกเล่นดนตรีสากล หากคนในวงการดนตรีไทยเปิดใจ เราอาจจะไม่ได้เห็นแค่ “ซอ” ที่กำลังพัฒนาขึ้น แต่อาจจะมองเห็นเครื่องดนตรีประเภทอื่นที่พัฒนาขึ้น ซึ่งเราจะไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ

พีรทัต วงษ์ประเสริฐ : ปัจจุบัน กฎระเบียบของการเล่นดนตรีไทยผ่อนปรนค่อนข้างเยอะ เมื่อ 10 ปีก่อน การเล่นดนตรีไทยมีระเบียบแบบแผนเคร่งครัด ลองจินตนาการถึงภาพยนตร์จีนกำลังภายใน ที่มีสำนักกังฟู สำนักดนตรีไทยก็คล้ายกัน ถ้าเรียนสำนักนี้ ห้ามเรียนสำนักนั้น มันเป็นเรื่องของคน ช่วงที่ผ่านมา มีคนถามผมว่า แบบนั้น แบบนี้ ทำยังไง ผมก็บอกว่า ให้เป็นเล่นดนตรีให้เป็นตัวเอง ผมเชื่อว่า ความเป็นตัวเองจะสร้างสรรค์วงการดนตรีไทยอีกเยอะ ฟ้าใส ปานสุวรรณ : สำหรับคนเรียนดนตรีไทยตั้งแต่ต้นกระทั่งจบปริญญาตรีดนตรีไทย เมื่อเรียนจบ ต้องเป็นครูสอนดนตรีไทย นักเรียนได้แรงบันดาลใจ ก็เรียนต่อมหาวิทยาลัย จบไปเป็นครูดนตรีไทย วนอยู่แบบนี้เป็นวัฏจักร มันเป็นเรื่องที่ดี แต่มันแคบ เรารู้ว่า ดนตรีไทยไปได้ไกลกว่านั้นมาก ถ้ามีคนทำให้ดนตรีไทยมันกว้างกว่านี้ ไกลกว่านี้ เราก็จะดีใจมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลง เรื่องรูปแบบวง ที่เราพยายามทำกัน ถ้าสิ่งที่เราทำมันสามารถทำให้ผู้คนพบเจอ หรือเข้าใจ ทำให้วงการดนตรีไทย กว้างกว่านี้ มีอาชีพเยอะกว่านี้ เราก็จะดีใจมาก

Spread the love