“กระบวนการทำผลงานเพลงมีหลายขั้นตอน เริ่มจากปรึกษาค้นหาเรื่องราว คัดกรองเลือกบทเพลง เมื่อทำเพลงเสร็จเป็นอัลบั้ม ก็ต้องนำเสนอเรื่องราวด้วยมุกตลกขบขันเพื่อใช้ในการแสดงสด บนเวทีการแสดงเราต้องสร้างตัวละครใหม่ เรื่องราวใหม่ เอาความจริงในชีวิตมาเล่าเป็นเพลงภาษาคำเมือง เล่าด้วยมุมมองตลกขบขัน แต่สิ่งสำคัญคือต้อง อนุรักษ์ รณรงค์ ส่งเสริม ภาษาคำเมืองล้านนา ใช่ว่าเพียงตลกขบขันเพียงอย่างเดียว”
“วิฑูรย์ ใจพรหม” คือ นักร้องนักแต่งเพลงภาษาท้องถิ่นภาคเหนือ (คำเมือง) ของประเทศไทย ประสบความสำเร็จในอาชีพนักร้อง นักแต่งเพลง ตั้งแต่อัลบั้มชุดแรกชื่อ “ท้าพิสูจน์” บทเพลง “น้ำเปลี่ยนนิสัย” ที่เขาเป็นผู้ประพันธ์ โด่งดังในภาคเหนือ หลังจากนั้นจึงมีผลงานเพลงอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนกว่า 19 อัลบั้ม ผลงานเพลงมากกว่า 400 เพลง อะไรเป็นแรงบันดาลใจหรือเงื่อนไขให้ วิฑูรย์ ใจพรหม ประสบความสำเร็จและอยู่ในวงการเพลงยาวนานกว่า 30 ปี หน้าตาหล่อเหลา นิสัยเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม ความสามารถด้านการขับร้อง ประพันธ์เพลง หรือ วิธีการเล่าเรื่องวิถีชีวิตคนเมืองล้านนาที่แฝงด้วยความตลกขบขัน
ความจริงอันขบขันในผลงานเพลง
บ้านเกิดผมอยู่จังหวัดลำพูน ครอบครัวพ่อแม่ประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน ผมย้ายถิ่นฐานเร่ร่อนทำมาหากินไปในสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ยังเด็ก ผมมองเห็นวิถีชีวิตคนภาคเหนือ ฟังเรื่องเล่าในสังคมคนเมือง นิทานปรัมปรา สภาพแวดล้อมแบบคนเมือเหนือล้านนา หล่อหลอมให้ผมนำสิ่งรอบตัวมาเล่าเป็นเพลง ผมชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็ก เมื่อเริ่มเป็นหนุ่มก็ประกวดร้องเพลงตามงานวัด เวทีการประกวดร้องเพลงเวทีใหญ่ในบ้านเรายุคสมัยนั้นยังไม่มี แต่ในเวทีงานวัดผมได้รับรางวัลอยู่เสมอในการประกวด ของรางวัลก็เช่น สบู่ แป้ง ยาสีฟัน
นั่นเป็นวิถีชีวิตของคนหนุ่มสาวภาคเหนือในยุคสมัยก่อน ผมเริ่มเข้าวงการบันเทิง ทำงานเป็นนักร้องเพราะนิสัยที่รักความสนุกสนาน ทำงานเป็นกองเชียร์รำวงชาวบ้าน คือเวลามีงานบุญผ้าป่าจากกรุงเทพฯ ก็จะมีสาวรำวงส่วนผมทำหน้าที่เป็นคนเชียร์ เมื่ออายุครบ 15 ปี ผมทำงานเป็นนักร้องห้องอาหาร เมื่ออายุครบ 20 ปี สมัครทำงานเป็นนักร้องวงดนตรีคณะ “รุกขชาติ” จังหวัดเชียงราย
ผมร้องตามห้องอาหาร ตามผับ ตามบาร์ ร้องเพลงได้ทุกแนว ทั้ง ลูกทุ่ง สตริง เพื่อชีวิต ครึ่งชีวิตของการทำงานใช้ไปกับการร้องเพลง วันหนึ่งตอนผมทำงานเป็นนักร้องห้องอาหาร คุณขวัญใจ สุริยัน (ประสิทธิ์ จินาจันทร์) นักจัดรายการวิทยุและนักแต่งเพลงคำเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ แนะนำให้ผมรู้จัก ป๋าสีนวล นพดล ( เจ้าของธุรกิจสื่อ เกี่ยวกับคลื่นวิทยุ ผลิตรายการ และจัดงานคอนเสิร์ต เจ้าของ บริษัท เอส.เอ็น.โปรโมชั่น ) หลังจากนั้นจึงเริ่มสร้างผลงานเพลงคำเมืองชุดแรกชื่อ “ท้าพิสูจน์” ผมแต่งเพลงแรกคือ “น้ำเปลี่ยนนิสัย” หลังจากนั้นจึงทำงานเพลงออกมาเรื่อยๆ ปัจจุบันมีผลงานเพลงคำเมือง 19 ชุด นอกจากนั้นก็มีอัลบั้มพิเศษอีกจำนวนหลายชุด รวมบทเพลงภาษาคำเมืองล้านนาทั้งหมดมากกว่า 400 เพลง
เปลี่ยนแปลงการนำเสนอเพลงด้วยภาษา
ยุคสมัยก่อน คนฟังไม่เห็นคุณค่าของเพลงภาษาคำเมือง การทำเพลงภาษาคำเมืองจึงเป็นเรื่องยากที่จะได้รับความนิยมในวงกว้าง เราพยายามนำเสนอบทเพลงคำเมืองจากเรื่องราววิถีชีวิตคนภาคเหนือ เพื่อทำให้เกิดการมีส่วนร่วม เมื่อนำเรื่องราว เรื่องเล่า ตำนาน ล้านนา มาแต่งเป็นบทเพลง เราก็ต้องหาวิธีนำเสนอภาษาคำเมืองให้อยู่ในบทเพลงเพื่อให้เป็นที่นิยมในสังคม กรรมวิธีการผลิตเพลงคำเมืองค่อนข้างยุ่งยาก เริ่มจากการหาเรื่องราวมาเขียนเป็นเพลง คัดกรอง ปรับเปลี่ยนแก้ไข ทำให้ผลงานเพลงชุดแรก “ท้าพิสูจน์” ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เริ่มหันมาฟังเพลงภาษาคำเมืองมากขึ้น
สิ่งสำคัญอันเป็นหัวใจของการทำเพลงภาษาคำเมืองคือ อนุรักษ์ รณรงค์ ส่งเสริม ภาษาคำเมืองล้านนา ด้วยการหยิบเอาเรื่องราวในสังคมมาเล่าในเพลง เช่นเรื่องราวของ ผัวขี้เหล้า เมียเล่นการพนัน เมียขี้บ่น เรานำเสนอผลงานเพลงด้วยการสร้างตัวละคร (Character) สร้างบทสนทนาสอดแทรกความตลกขบขันแต่ให้แง่คิด หรืออาจเป็นบทเพลงตลกวิชาการให้ความรู้ ลักษณะการทำเพลงแบบนี้ทำให้บทเพลงภาษาคำเมืองของภาคเหนือเป็นที่รู้จักถึงคนภาคกลาง ตัวอย่างเช่น เพลงข้าวใหม่ปลามัน เพลงเมียถามมือถือ เพลงลูกกวนตัวผัวกวนใจ
ทิศทางเพลงภาษาคำเมืองในอนาคต
การนำเสนอบทเพลงของนักร้องแต่ละคน แตกต่างแล้วแต่มุมมอง สำหรับผมการนำเสนอบทเพลงภาษาคำเมืองต้องมองกระแสสังคม ยุคสมัยก่อนเป็นยุคผูกขาด ผู้คนฟังเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง เปลี่ยนเป็นยุคเพลงลูกทุ่ง เพลงสตริง ช่วงหลัง เพลงคำเมืองก็ถูกสอดแทรก ปัจจุบันคำเมืองถูกนำเสนอผ่านดนตรีแร็พ (Rap) เพราะการนำเสนอเพลงภาษาคำเมืองต้องตามกระแส เราต้องตั้งคำถาม ทำไมคนสมัยก่อนเขาฟังเพลงแบบนั้น คนยุคสมัยนี้ฟังเพลงแบบไหน เราต้องมีภาษาคำเมืองสอดแทรกไว้ในเพลงตามแต่ความชอบ นักร้องบางคนเน้นนำเสนอภาษาให้สนุกสนาน บางคนใช้ภาษาอันไพเราะมีความหวานในงานเพลง ตัวอย่างผมก็เคยทำเพลงแร็พ เช่น เพลงคนยอง เพลงประเทศกูก็มี เพลงเขียดจี่ เพลงเห็ดถอบ
เมื่อมีผลงานเป็นอัลบั้ม สิ่งสำคัญคือการสร้างความบันเทิงบนเวทีการแสดง (Entertain) การทำงานบันเทิงเราไม่ได้เป็นนักร้องเพียงอย่างเดียว เราต้องแสดงบทบาทบนเวที เราต้องหาเรื่องราวมาเล่า เราต้องศึกษา ต้องดู ต้องอ่าน เวลาไปงานวัดเจอคำกลอนก็จดเอาไว้ เจอคำคมทาง Facebook ก็จดเอาไว้ การนำเสนอผลงานเพลงบนเวทีเราต้องสร้างเรื่องราวใหม่ ต้องค้นหาเรื่องราวใหม่ เพื่อนำมาสร้างความบันเทิงให้คนดู เวลาอยู่หน้าเวทีคนพูดอะไร เราสามารถนำมาเป็นเรื่องราวมุกตลก พูดเล่น แซวคนดู ทำให้คนดูมีส่วนร่วมในการแสดง แต่อย่าทำให้คนดูเสียหาย มุ่งให้เกิดความสนุกสนานบนเวที
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการนำเสนอบทเพลงภาษาคำเมืองอยู่ตลอดเวลา ยุคสมัยนี้ คงเป็นยุคของปู่จ๋าน ลองไมค์ ที่ใช้ความเป็น Rapper สร้างความร่วมสมัยในผลงานเพลงภาษาคำเมือง ก่อให้เกิดความหมายของคำในเพลงที่ดี เป็นเพลงแร็พที่จริง แรง มีความเป็นเพื่อชีวิต สิ่งสำคัญคือการประยุกต์ให้เกิดความร่วมสมัยในงานเพลง