พานทอง แสนจันทร์ ศิลปะความรู้สึกบนพระพักษ์พุทธรูป

“ความรู้ทางทฤษฎีและปฏิบัติถูกสอนให้กับนักศึกษา หลังจากนั้น นักศึกษาจึงนำความรู้มารวมกันเพื่อสร้างผลงานของตนเอง การทำงานศิลปะคือการคำนวนสัดส่วน รูปทรงโดยไม่มีการวัด เป็นการคำนวนด้วยสมอง ประสบการณ์ ทักษะ สิ่งเหล่านี้ทำให้งานศิลปะเป็นที่ยอมรับ เมื่อมองลงลึกในผลงานศิลปะ ความเป็นตัวตนของศิลปินจะแสดงออกในผลงาน เรื่องเหล่านี้นักศึกษาไม่มีทางเข้าใจ จนกว่าเขาจะพัฒนาไปจนถึงขั้นที่สามารถทำงานเป็นตัวตนแล้ว”

พานทอง แสนจันทร์ คือศิลปินเชียงราย ผู้บุกเบิกศิลปะร่วมสมัยด้วยการนำเสนอภาพความรู้สึกเศร้าบนใบหน้าพระพุทธรูป นักสะสมผลงานศิลปะชาวต่างชาติชื่นชมและนิยมเก็บสะสมผลงานของเขา นั่นทำให้พานทอง แสนจันทร์ มีชื่อเสียงและมั่นใจว่า เขาสามารถเลี้ยงตนเองด้วยอาชีพศิลปินอิสระ เขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ กลับมาทำงานศิลปะอย่างจริงจังที่บ้านเกิดของตน สร้างเครือข่ายศิลปิน ทำงานศิลปะเชื่อมโยงสังคม เขาใช้ศิลปะในการทำกิจกรรมและงานเทศกาล สร้างการมีส่วนร่วม ทำให้ผู้คนได้เห็นประโยชน์ของศิลปะ

ความเศร้าบนใบหน้าพระพุทธรูป

ผมเป็นคนเชียงราย เกิดที่อำเภอพาน ชอบเรียนศิลปะและสอบได้คะแนนเต็มในวิชาศิลปะตั้งแต่เด็ก ผมเรียนศิลปะจนจบการศึกษา ปวส. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ,ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน เริ่มประสบการณ์ทำงานจากฝ่ายโฆษณาบริษัทเอกชน ทำหน้าที่วางแผนการตลาด การประชาสัมพันธ์ การโฆษณา หลังจากนั้นทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนวิชาศิลปะ วาดภาพและแสดงผลงานในแกลเลอรีร่วมกับกลุ่มศิลปินต่างๆ

ผมนำเสนองานศิลปะผ่านเรื่องราวปฏิมากรรมพุทธคยา วัดเจ็ดยอด (โพธารามวิหาร) ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผลงานของผมจึงประกอบด้วย พระพุทธรูป ความเก่าแก่ ความขลัง แสง สีและเงา เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความเศร้า ผู้ที่ชื่นชม และนิยมเก็บสะสมผลงานของผมส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ผมเคยมีรายได้จากผลงานศิลปะถึงเดือนละหนึ่งแสนบาท นั่นทำให้ผมมั่นใจว่า อาชีพศิลปินสามารถสร้างรายได้เลี้ยงชีวิต

ผมทำงานศิลปะอย่างจริงจัง จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะที่ 9 Art Gallery ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ผลงานศิลปะของผมถูกเลียนแบบและวางจำหน่ายอยู่ทั่วทุกมุมถนนคนเดิน จังหวัดเชียงใหม่ หลายปีต่อมา ผมเดินทางชมงานนิทรรศการศิลปะที่ประเทศฝรั่งเศสและประเทศจีน ผมยังพบงานเลียนแบบผลงานของผม ผมรู้สึกภูมิใจและเห็นใจผู้ที่เขียนภาพเลียนแบบ เพราะเขาก็ต้องการเงินเพื่อเลี้ยงชีวิตเหมือนกับผม ช่วงหลัง ผมจึงพัฒนาผลงานให้มีความเป็นตัวตนมากขึ้น

การเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ เป็นผลจากความพยายามสร้างหอศิลป์เชียงราย แม้โครงการจะถูกล้มเลิก แต่เราก็ผลักดันโครงการบ้านศิลปินและโครงการแสดงผลงานศิลปะที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย การรวมตัวเรียกร้องเพื่อให้เกิดหอศิลป์ไม่ไร้ประโยชน์ แต่ก่อให้เกิดการรวมกลุ่ม ทำให้ศิลปินมีบทบาทต่อสังคมมากขึ้น อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่เคยใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ก็มีกลุ่มศิลปินรุ่นน้องที่เติบโตขึ้นเพื่อคอยสนับสนุน ส่วนศิลปินรุ่นน้องก็มีคน คอยชี้แนะแนวทาง

มุมมองทางศิลปะนอกเฟรมเขียนรูป

ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ศิลปินมีบทบาทต่องานเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลลอยกระทง เทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษา หรือมีบทบาทในกิจกรรมทางสังคม เช่น การเขียนรูปให้กับวัด โรงเรียน กลุ่มศิลปินมีเงินกองทุนทำงานศิลปะเพื่อสังคม เราสร้างหอศิลป์ประจำอำเภอ มีบ้านศิลปินอันมีลักษณะเหมือนหอศิลป์อยู่ในแต่ละพื้นที่ นักเรียน นักศึกษา สามารถศึกษาดูงาน ชาวบ้านสามารถร่วมกิจกรรม ศิลปะจึงอยู่ในชุมชน ผู้คนมองเห็นศิลปะ ศิลปะจึงมิใช่ของสูง ยากเกินกว่าจะเข้าใจ

ตัวอย่างเช่น เทศกาลเครื่องจักสาน ศิลปินออกแบบเครื่องจักสาน สร้างโครงร่างไม้ไผ่แล้วให้ชาวบ้านที่เชี่ยวชาญจักสานไม้ไผ่เป็นรูปแบบต่างๆ เช่น สานแมงสีหูห้าตา วัด สัตว์ นักกีฬา ฯลฯ แล้วส่งผลงานประกวดจนได้รับรางวัลที่ 3 ถือว่าประสบความสำเร็จมากเพราะชาวบ้านหวงแหนผลงานศิลปะ เขาเริ่มมองเห็นความสำคัญของศิลปะ เข้าใจความดีงามของศิลปะ

เดี๋ยวนี้ เมื่อใกล้เวลางานเทศกาล ชาวบ้านจะนึกถึงศิลปิน เช่นเทศกาลปลา ชาวบ้านก็อยากให้ศิลปินทำผลงานศิลปะเกี่ยวกับปลาเพื่อนำไปแสดง ชาวบ้านอาจไม่เข้าใจศิลปะ แต่พวกเขาทำงานศิลปะได้เป็นอย่างดี เช่น เทศกาลฤดูหนาว พวกเราทำงานศิลปะจนได้รับรางวัลที่ 1 ของจังหวัด ชาวบ้านสร้างหุ่นไล่กากว่า 200 ตัว นำไปแสดงในงานกาชาติเชียงราย หุ่นไล่กามีความงดงาม เมื่อนำหุ่นไล่กาจำนวนมากแสดงพร้อมกัน ก็ทำให้เกิดพลังและความสะเทือนใจ

ถนนเชื่อมโยงศิลปะ

อนาคตอันใกล้ เราจะทำโครงการถนนศิลปะซึ่งจะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับอำเภอพาน ระยะทาง 3 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณวัดไชยมงคลถึงหกแยกอำเภอพาน สมัยก่อนเรียกว่า“ถนนสายมังกร” พื้นที่ว่างบนตึก สิ่งก่อสร้างจะเป็นพื้นที่ทำงานศิลปะ ผมกำลังหางบประมาณโครงการด้วยการจัดการประมูลผลงานศิลปะ

ศิลปินจะมีพื้นที่แสดงความสามารถและตัวตน พื้นที่ระยะทาง 3 กิโลเมตร จะสร้างจุดสนใจให้กับนักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านทาง ตอนนี้ โครงการได้รับการอนุมัติจากนายอำเภอพาน อยู่ระหว่างประชุมระดมความคิดซึ่งถนนศิลปะจะเชื่อมโยงกับเทศกาล Thailand Biennale 2023 ถนนศิลปะจะเป็นสิ่งดึงดูดศิลปินระดับโลกมาทำงานกับพวกเรา ศิลปะจะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ผมอยากให้อำเภอพานเป็นที่กล่าวถึงในกลุ่มนักท่องเที่ยว

ผมยังมองหาความช่วยเหลือจากภาครัฐในการทำโครงการ สำหรับ Thailand Biennale 2023 เขามีประงบประมาณแต่ถูกใช้จ่ายเป็นค่าจ้างศิลปินระดับโลก หากภาครัฐมีงบประมาณสนับสนุนโครงการ เพื่อให้ศิลปินท้องถิ่นได้ทำงานก็เป็นเรื่องดีมาก เพราะศิลปินไม่ต้องดิ้นรนหางบประมาณเพื่อทำโครงการเอง ตอนนี้ผมพูดคุยกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ขอให้เด็กนักเรียนมาร่วมกิจกรรมศิลปะ โดยกลุ่มศิลปินจะใช้เงินกองทุนสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ค่ากับข้าว ค่าขนม พร้อมทั้งให้ศิลปินที่ร่วมโครงการช่วยสอนศิลปะ ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนไปด้วย

กระบวนการพัฒนาศิลปะของนักศึกษา

อาจารย์สอนศิลปะ สอนพื้นฐาน ทัศนธาตุ ( Visual Elements) ตรรกะ (Logic) ทฤษฎีสี ( Color Theory) การวาดเส้น ( Drawing )สอนให้รู้ว่าเส้นนำความรู้สึกของเราอย่างไร การเขียนภาพความเศร้าทำอย่างไร ลายเส้นแบบไหนที่ทำให้คนรู้สึกเศร้า หม่นหมอง หรือบางครั้งเราอยากเขียนความโดดเดี่ยว การแสดงออกถึงความโดดเดี่ยว อาจมีเพียงสิ่งเล็กๆ ซึ่งถูกจัดวางบนพื้นที่กว้างๆ ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความโดดเดี่ยว

ความรู้ทางทฤษฎีและปฏิบัติถูกสอนให้กับนักศึกษา หลังจากนั้น นักศึกษาจึงนำความรู้มารวมกันเพื่อสร้างผลงานของตนเอง การทำงานศิลปะคือการคำนวนสัดส่วน รูปทรงโดยไม่มีการวัด เป็นการคำนวนด้วยสมอง ประสบการณ์ ทักษะ สิ่งเหล่านี้ทำให้งานศิลปะเป็นที่ยอมรับ เมื่อมองลงลึกในผลงานศิลปะ ความเป็นตัวตนของศิลปินจะแสดงออกในผลงาน เรื่องเหล่านี้นักศึกษาไม่มีทางเข้าใจ จนกว่าเขาจะพัฒนาไปจนถึงขั้นที่สามารถทำงานเป็นตัวตนแล้ว

ศิลปินที่มีประสบการณ์เขียนภาพจำนวนมาก เมื่อเกิดความคิดหรือมีภาพบางอย่างเกิดขึ้น เราต้องรีบจดบันทึก หลังจากนั้นจึงนำเรื่องราวมาเขียน ตัวอย่างเช่น บางครั้งมองเห็นนกบินอยู่บนท้องฟ้า ก็รู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยว เราก็คิดว่า เราจะนำความรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้มาเขียนเป็นภาพวาดได้อย่างไร ศิลปะเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก

ผมไม่สามารถสอนนักศึกษาศิลปะให้เก่งขึ้นภายในวันเดียว แต่ผมสอนหัวใจของความรู้ เพื่อนำไปพัฒนา ทำให้เขากลายเป็นคนที่สร้างผลงานศิลปะที่ดีได้ ยุคสมัยก่อนเราต้องฝึกฝนอย่างมากเพื่อวัดสัดส่วนและแรเงา แต่ปัจจุบันเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น การฉายโปรเจ๊กเตอร์เพื่อให้เห็นสัดส่วนรูปภาพบนเฟรม เพื่อให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้องแล้วจึงค่อยเขียนโครงร่าง หลังจากนั้นจึงใช้ทักษะด้านศิลปะในการเขียน การลงสีแสงเงาซึ่งเป็นเรื่องทักษะและประสบการณ์

เทคนิคทางศิลปะมีหลากหลาย การใช้เทคนิคทางศิลปะสามารถเป็นความเฉพาะตัวได้ ตัวอย่างเช่น ศรีใจ กันทะวัง ศิลปินภาพพิมพ์แกะไม้ ( Woodcut ) คือตัวอย่างนักเรียนศิลปะที่เขียนรูปไม่เก่ง แต่เขาค้นพบตัวตนด้วยเทคนิคการทำภาพพิมพ์แกะไม้ ปัจจุบันผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับและรู้จักอย่างแพร่หลาย ผลงานศิลปะอีกประเภทคือการใช้ความคิด เช่น มณเฑียร บุญมา นำเสนองานศิลปะด้วยการนำกระถางดอกไม้มาวางแล้วทุบทิ้ง เพื่อนำเสนอความก่อเกิดและสูญสลาย เป็นงานศิลปะสมัยใหม่ หรือตัวอย่างผลงานของ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช นำเสนอผลงานศิลปะด้วยการเอาผัดไทยไปแสดงในงานศิลปะระดับโลก

ศิลปินก็ทำงานศิลปะเพื่อเลี้ยงชีพ

การอธิบายเรื่่องราวทางศิลปะให้คนไทยเข้าใจเป็นเรื่องยาก ผู้คนจำนวนมากท้องยังหิว มีฐานะยากจน บางคนแม้ร่ำรวยแต่มองเห็นความสำคัญด้านอื่นมากกว่า เขาไม่เห็นประโยชน์ของศิลปะ เพื่อนของผมคนหนึ่งเป็นนักสะสมกลองมโหระทึกซึ่งเป็นกลองโบราณ บางครั้งเขาก็ขายกลองโบราณได้กำไรเพียงเล็กน้อย ผมแนะนำให้เขาสะสมผลงานศิลปะ ตอนนี้หัวใจของเขารู้สึกได้ถึงความงาม รู้สึกถึงความแตกต่าง เข้าใจมูลค่าศิลปะ ปัจจุบัน งานศิลปะหลายชิ้นที่เขาเก็บสะสมราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว

นักสะสมงานศิลปะเมืองไทยมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นนักสะสมเพื่อขายเก็งกำไร นักสะสมแบบคุณบุญชัย เบญจรงคกุล หรือ คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี มีน้อยมากในเมืองไทย แม้แต่หอศิลป์ระดับโลก ก็ไม่นิยมซื้อผลงานศิลปะเก็บไว้ เพราะงานศิลปะราคาสูงมีภาระเรื่องการดูแลรักษา การจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะในหอศิลป์ทั่วโลก จึงมีลักษณะเป็นงานกิจกรรมมากกว่า

ผมทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทำงานศิลปะด้วยสิ่งที่มีอยู่ในตัวตน ทำงานศิลปะด้วยหลายสิ่งที่เราซ่อนไว้ในตัวตน แต่คนทั่วไปจะมองเห็นหรือเปล่า

บางคนยอมซื้อผลงานศิลปะตามราคาที่เราเสนอ นั่นแสดงว่าเขามองเห็นคุณค่า ถามว่าผลงานศิลปะเป็นสินค้าหรือไม่ สำหรับผมคำตอบก็คือเป็นสินค้า อย่าคิดมาก คิดเสียว่าการทำงานศิลปะเป็นการทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ เราขายภาพจำนวน 1 ภาพ การขายนั้นก็ทำให้ชีวิตเราดำเนินต่อไปได้ อย่าคาดหวังไว้สูง คาดหวังว่าตนจะประสบความสำเร็จเป็นศิลปินแห่งชาติ นอกเสียจากว่า เรามีชีวิตอยู่แล้ว จะทำอะไรให้กับสังคมได้มากกว่าเดิม