“ผมศึกษาศิลาจารึกอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พ.ศ.2559-2560 ผมสำรวจกว๊านพบว่าสิ่งที่ตนเองสันนิษฐานเป็นความจริง ผมเชื่อว่าเมืองพะเยายุคแรกอยู่บริเวณกว๊านพะเยา พงศาวดารโยนกกล่าวถูกต้องเรื่องลักษณะเมืองพะเยา แต่บรรยายตำแหน่งที่ตั้งของเมืองพะเยาผิด ผมสำรวจพื้นที่ภูมิประวัติศาสตร์ ยืนบริเวณดอยด้วนมองดูเมืองกว้างพันวา ยาวพันวา มันเป็นเมืองใหญ่มาก เมืองเก่าเมืองแรกของพะเยาอยู่บริเวณกว๊านพะเยา ตอนขุนศรีจอมธรรมสร้างเมืองก็พบว่าเป็นเมืองเก่าก็เลยสร้างทับ เมืองพะเยายุคแรกอยู่บริเวณกว๊านพะเยา สบต่ำหรือสบต๋ำ ผมยืนบริเวณสะพานขุนเดชมองมาทางทิศตะวันออก พบพื้นที่ลาดเอียงผืนน้ำรวมกันอยู่ตรงนั้น นั่นคือสบต่ำหรือสบต๋ำ”
น้อยคนนักจะรู้จักตัวตนของ “เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ” ชายวัย 67 ปี รูปร่างผอมที่มักเดินทางสำรวจโบราณสถานในจังหวัดพะเยา 40 ปี บนเส้นทางนักประวัติศาสตร์อิสระ เขาเดินทางสำรวจ ขุดค้น พบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ จดบันทึกและเผยแพร่ผลงานทางประวัติศาสตร์เป็นหนังสือจำนวนกว่า 30 เล่ม ความรู้เรื่องอักษรโบราณ ความจัดเจนในข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ความแม่นยำในพิกัดเมืองโบราณ ตกผลึกจนสามารถบรรจุเป็นแผนพัฒนาเมืองพะเยา
เรียนประวัติศาสต์ผ่านศิลาจารึก
ปัจจุบันผมเป็นผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอนุบาลบ้านสวนเด็ก ควบคู่กับการทำงานนักวิชาการอิสระ นักเขียน และผู้บรรยายให้กับหลายองค์กร เริ่มต้นศึกษางานด้านประวัติศาสตร์พะเยาเมื่อ พ.ศ.2529 ผมเพิ่งเรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ท่านอาจารย์ของผมแนะนำให้ผมรู้จักกับ ท่าน ศ.ธวัธ ปุณโณทก ราชบัณฑิต เพื่อสำรวจและทำสำเนาศิลาจารึกในจังหวัดพะเยาหลังจากนั้นนำส่งเอกสารให้กรมศิลป์เพื่อแปลเอกสาร ผมบอกกับท่าน ศ.ธวัธ ปุณโณทก ผมสนใจและอยากอ่านตัวอักษรฝักขามให้ ท่านอาจารย์มอบหนังสือแบบเรียนตัวอักษาฝักขามให้ ผมเรียนรู้จากศิลาจารึกของจริง การเจอกับของจริงเราจะคุ้นเคยกับลายมือบนหลักศิลาจารึก ศิลาจารึกบางหลักสะกดผิด เขียนคำตกไม่ครบถ้วน ผมมีปัญหาก็โทรปรึกษาอาจารย์ ความรู้เพิ่มพูนความรู้จนกลายเป็นความหลงใหล
ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์เราสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายมิติ หากต้องการเขียนบทความทางการแพทย์ เราสามารถเลือกศิลาจารึกซึ่งมีบันทึกเกี่ยวกับความรู้ด้านการแพทย์โบราณ เรื่องเศรษฐกิจเราสามารถดูจารึกเรื่องการค้าขายเรื่องแรงงานทาสทำงานให้เจ้านาย หากสถานเป็นไพร่เป็นไพร่ของใคร เป็นข้าวัดไหน ยุคสมัยก่อนไพร่ขาดโอกาสด้านการค้าขายต้องรับใช้เจ้านาย รับใช้ศาสนาจนวันตายสืบต่อถึงรุ่นลูกหลานเหลน เมื่อ 500-600 ปีก่อน ช่วงหลังสมัยรัตนโกสินทร์การจดบันทึกมีโอกาสที่ข้อมูลจะผิดพลาดสูง เพราะระบบการบันทึกบ้านเราไม่เหมือนจีนสมัยโบราณ จีนเป็นระบบการบันทึกของราชสำนัก มีหอหลวงราชบัณฑิต คัดประวัติศาสตร์สืบต่อกันไว้ เวลาบันทึกก็คัดตอนเกิดเหตุ หลักฐานด้านประวัติศาสตร์ของจีนจึงค่อนข้างชัดเจนเรื่องศักราช พยานหลักฐาน หลักศิลาจารึกของไทยมีลักษณะเหมือนหนังสือราชการในปัจจุบัน มีการบันทึกไม่เป็นระบบ
เมื่ออ่านศิลาจารึกเราจะพบประเด็นความขัดแย้งทางศาสนา แน่นอนว่า สถาบันศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์อาศัยซึ่งกันและกัน ศาสนาต้องการกษัตริย์เพื่อทำนุบำรุงศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องการสถาบันศาสนาเพื่อค้ำจุนบัลลังก์ ศาสนาควบคุมสังคมแล้วแต่พระมหากษัตริย์จะสนับสนุนฝ่ายไหน อรัญวาสีหรือคามวาสี เกิดเป็นความทะเลาะเบาะแว้ง เช่น สมัยพระเจ้าติโลกราชศรัทธาสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี ฝ่ายอรัญวาสีก็เจริญรุ่งเรือง มันแสดงถึงเรื่องราวทางการเมืองของยุคสมัยผ่านหลักศิลาจารึก
หลักฐานใต้ผืนน้ำกว๊านพะเยา
ผมศึกษาศิลาจารึกอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พ.ศ.2559-2560 ผมสำรวจกว๊านพบว่าสิ่งที่ตนเองสันนิษฐานเป็นความจริง ผมเชื่อว่าเมืองพะเยายุคแรกอยู่บริเวณกว๊านพะเยา พงศาวดารโยนกกล่าวถูกต้องเรื่องลักษณะเมืองพะเยา แต่บรรยายตำแหน่งที่ตั้งของเมืองพะเยาผิด ผมสำรวจพื้นที่ภูมิประวัติศาสตร์ ยืนบริเวณดอยด้วนมองดูเมืองกว้างพันวา ยาวพันวา มันเป็นเมืองใหญ่มาก เมืองเก่าเมืองแรกของพะเยาอยู่บริเวณกว๊านพะเยา ตอนขุนศรีจอมธรรมสร้างเมืองก็พบว่าเป็นเมืองเก่าก็เลยสร้างทับ เมืองพะเยายุคแรกอยู่บริเวณกว๊านพะเยา สบต่ำหรือสบต๋ำ ผมยืนบริเวณสะพานขุนเดชมองมาทางทิศตะวันออก พบพื้นที่ลาดเอียงผืนน้ำรวมกันอยู่ตรงนั้น นั่นคือสบต่ำหรือสบต๋ำ การศึกษาประวัติศาสตร์ต้องดูภูมิศาสตร์กายภาพประกอบ
ตอนสร้างประตูน้ำกว๊านพะเยา เขาขึ้นเครื่องบินถ่ายภาพ มีปริมาณน้ำขึ้นไม่มาก สามารถมองเห็นซากเมืองเก่า มองเห็นแนวคูเมือง ฟันธงได้เลยว่ากว๊านพะเยาเป็นเมืองเก่า บริเวณวัดติโลกสังฆารามสร้างทับซ้อนเมืองเก่า การขุดค้นทางด้านโบราณคดีมันสอดคล้องกัน การขุดค้นโบราณสถานวัดฮ่องไฮเจอพระพุทธรูปปางลีลาซึ่งข้างใต้มีอีกวัฒนธรรมซึ่งเก่าแก่กว่าซ่อนอยู่ แต่งบประมาณของเราหมดต้องกลบฝังไว้ดังเดิมก่อน
การรวบรวมทางประวัติศาสต์ของพะเยาไม่เป็นระบบเหมือนต่างประเทศ เราต้องสร้างหอสมุดที่รวบรวมคลังข้อมูลจำนวนมหาศาล เราต้องใช้เทคโนโลยีช่วยอธิบายหรือนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองพะเยา ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีแต่เหมือนของเล่นที่ไม่สามารถใช้สอยได้จริง ประเทศไทยเราล้าสมัยเรื่องการนำเสนอประวัติศาสตร์ ผมอ่านข้อมูลพบว่าข้อมูลมีการผิดพลาดหลายจุด เราต้องมีการตรวจสอบกระบวนการทางประวัติศาสตร์ เริ่มจากการอ่าน แปล วิเคราะห์ ระดมสมองช่วยกัน
ปัจจุบันผมเขียนหนังสือประมาณ 30 เล่ม มีความเที่ยงตรงเรื่องข้อมูล ศิลาจารึกมีการแบ่งออกเป็นยุคสมัย แบ่งโดยปีศักราช หากไม่มีก็แบ่งด้วยรูปตัวอักษรในแต่ละยุคสมัย ประวัติศาสตร์ของพะเยาชัดเจนสมัยพ่อขุนงำเมือง แต่ก่อนหน้านั้นมันคือตำนาน เมื่อเราเจอเมืองยุคแรกมันก็ขยับเป็นประวัติศาสตร์เพราะมีหลักฐานมาสนับสนุน ผมเดินสำรวจกว๊านพะเยาจับตำแหน่งพิกัด พบข้อมูลล้ำค่า ผมบันทึกและพิมพ์หนังสือเผยแพร่พันเล่มเท่ากับคนพันคนเก็บหนังสือผมไว้ ผมตายก็สบายใจเพราะมีคนเก็บข้อมูลไว้พันคน มันเป็นอานิสงส์สำหรับคนรุ่นหลังที่จะศึกษาต่อไป ไม่ต้องเหมือนคนรุ่นผมต้องศึกษาไขว่คว้าหาเอง ประวัติศาสตร์พะเยานิ่งขึ้นเพราะการเผยแพร่ความรู้ แม้คนพะเยาไม่อยากรู้ แต่คนต่างถิ่นมีการอ้างอิงข้อมูลของผมอยู่เสมอ
ประวัติศาสตร์กับการก่อสร้างวัดติโลกอาราม
สำหรับผม กิจกรรมเวียนเทียนกลางน้ำไม่มีอะไรเสียหาย มีแต่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทำให้คนเป็นคนดีขึ้น เราสามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบททางสังคม แต่ต้องดูแลสิ่งแวดล้อม เคารพกฎหมาย ทำอย่างไรไม่ให้มีเรื่องเดือดร้อน ยุคสมัยหนึ่งเจ้ายุทธิษฐิระสร้างวัดติโลกอาราม พอสมัยเจ้าหัวแสนกัลยาก็สร้างอีกสมัยหนึ่ง ถ้าเราจะฟื้นฟูก็เป็นยุคของเรา เวลาผ่านไป 100 ปีก็เป็นประวัติศาสตร์ บางครั้งการยืนยันความคิดแบบเดิมแต่ก็ยังไม่รู้ว่าแบบเดิมเป็นอย่างไร หลายอย่างล่มสลายโดยเรายังไม่รู้เลยว่าวัดวาอารามสมัยก่อนหน้าตาอย่างไร แต่หากเทียบเคียงก็ควรต้องใช้พยานแวดล้อมประกอบ
นักอนุรักษ์นิยมควรคำนึงถึงเรื่องการทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สถาปัตยกรรมต้องกลมกลืนกับธรรมชาติ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และเจริญ มาบุตร เป็นศิลปินมีรสนิยมสูงเรื่องเหล่านี้ท่านรู้ อีกประการคือการก่อสร้างมีกระบวนการประชาพิจารณ์ ประชาชนต้องเห็นชอบ ปัจจุบันทุกคนสนับสนุนแต่ขาดงบประมาณก่อสร้าง ตอนนี้เรามีแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เชื่อมโยงวัดติโลกอารามกับวัดติโลกสังฆาราม เพราะวัดติโลกอารามเป็นส่วนหนึ่งของติโลกสังฆาราม แต่ที่สำคัญคือข้อมูลทางสถิติว่า เมื่อสร้างเสร็จแล้วผลด้านการท่องเที่ยวจะมีคนเข้ามาเที่ยวจำนวนเท่าใด
สำหรับผม ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องความสุขทุกข์ การทำงานประวัติศาสตร์ทำให้เราสุขใจ แต่ทุกข์กาย บางสถานที่ซึ่งเราเดินทางไปก็เหนื่อยหอบ เบื้องหลังงานแต่ละชิ้นได้มาด้วยความยากลำบาก หลายครั้งมีคนคัดลอกงานของผมก็ต้องให้เครดิตกันบ้าง นักประวัติศาสตร์บ้านเราลำบากไม่เหมือนต่างประเทศ นักประวัติศาสตร์เมืองไทยหลายท่านอยู่อย่างสมถะ ไม่เหมือนต่างประเทศที่นักประวัติศาสตร์ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือองค์กรเอกชน การทำงานด้านประวัติศาสตร์ผมใช้ทุนของตนเองศึกษารวบรวมข้อมูล ผมต้องถ่ายภาพจารึกเมืองพะเยาใหม่ทั้งหมด สแกนตัวหนังสือที่มีปัญหา ทำให้ชัดแล้วอ่านใหม่ วิเคราะห์ตีความใหม่ แต่ผมภูมิใจในความเป็นนักวิชาการอิสระ